Faces of Anne

Faces of Anne หรือชื่อภาษาไทยสั้นๆเลยว่า แอน เป็นหนังไทยเรื่องล่าสุดของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี ซึ่งเส้นผลงานโดดเด่นมานาน ส่วนงานช่วงหลัง เช่น Where We Belong และเป็นทีมเขียนบทซีรี่ส์แสบสันต์อย่าง เด็กใหม่ งานชิ้นนี้เป็นการกำกับร่วมกับ ราสิเกติ์ สุขกาล ซึ่งเป็น Production Designer ที่ร่วมงานกันมานาน

พลอตของ Faces of Anne นั้น ถ้าหากติดตามงาน BNK48 มาตั้งแต่ Where We Belong ก็จะคุ้นชื่อ ว่าเดิมเป็นหนังที่จะนำสมาชิกวง BNK48 มาแสดงทั้งวง แต่เราก็ไม่รู้รายละเอียดที่มากกว่านั้น จนกระทั่งโปรเจกต์พัฒนาออกมาเป็น Faces of Anne นี่เอง

ใน Faces of Anne จุดขายที่หนังนำมาเรียกคนดูก็คือ ภาพฉายของหนังสยองขวัญ การถูกไล่ล่าตามฆ่าจากปีศาจกวาง และการนำนักแสดงหญิง ‘อย่างน้อย’ 10 คน มารับบทเดียวกันชื่อ “แอน” ที่เปลี่ยนใบหน้าไปตลอดเรื่อง

ความท้าทายของหนังคือ นอกจากหน้าหนังที่ว่าแล้ว ก็แทบไม่สามารถจะบอกเรื่องย่อมากกว่านี้ได้เลย คนดูมาแล้วก็ไม่อยากเล่ามาก เพราะบอกนิดหน่อยก็คือสปอยทันที แต่เนื่องจากบทความนี้เขียนหลังหนังฉายไปแล้ว 2 สัปดาห์ ก็อาจจะแตะเส้นบางส่วนบ้าง

แอนเป็นหนังที่สอดแทรกเรื่องตัวตนของฉันคืออะไรกันแน่ ที่เป็นปัญหาซึ่งผู้กำกับมองว่าเด็กรุ่นใหม่กำลังเผชิญ หนังหยิบ scenario หลายอย่างปาเข้ามาแบบไม่ยั้ง บางเรื่องก็เป็นปัญหาสังคม บางอย่างก็ไปแตะการเมือง (ถ้าหากตีความไม่ผิด) แต่ภาพรวมคือบรรยากาศความสับสนของเด็กผู้หญิง ที่กำลังหาตัวตนของตนจริงๆ หนังเรื่องนี้จึงทำให้คนดูตีความหลากหลาย มาพร้อมประเด็นที่หนัก ก็ทำให้หนังเรื่องนี้มีความณิชพอสมควร

จุดเด่นของหนังคือฉากที่กำหนดมาเป็นสถานที่แห่งหนึ่ง เสริมด้วย production design ที่อลังการและยิ่งใหญ่อันเป็นจุดเด่นของหนัง ในทุกฉากที่แอนผจญภัยไปตลอดเรื่อง (ซีนงานเลี้ยง ภาพแรกคือหูววว มาก)

ส่วนที่ดีและเสียดายไปพร้อมกัน คือการขนนักแสดงหญิงมาร่วมงานจำนวนมาก หลายคนที่ไม่มีเครดิตในโปสเตอร์ก็กลับเป็นตัวละครเด่นในช่วงไม่กี่นาทีของตน ขณะที่หลายคนที่มีเครดิต ก็ปรากฏในหนังไม่กี่นาที ซึ่งชวนจดจำแต่ก็รู้สึกว่าสั้นจัง เลยไม่แน่ใจว่าหนังขนนักแสดงหญิงมาเยอะขนาดนี้ ก็ไม่สามารถบอกได้เลยว่าใครเด่นกว่าใคร ทุกคนสำคัญคนละรูปแบบ แล้วรางวัลปลายปีจะวางตำแหน่งให้อย่างไรดี?

ส่งท้ายว่าด้วยโอชิ เจนนิษฐ์ปรากฏในหนังไม่กี่นาที แต่ในระยะเวลานั้นก็มีซีนจดจำที่เด่นติดตา การรับบทเป็นแอน 2 ร่าง คนละบุคลิกก็ทำได้แตกต่างดี ไม่ใช่การทำซ้ำของซูใน Where We Belong แน่นอน